บันทึกอนุทินครั้งที่  15
วันศุกร์ที่ 19 เดือน เมษายน  พ.ศ.2562

เวลาเรียน  11.30 - 14.30 น.

อาจารย์ผู้สอน  ว่าที่ร.ต. กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด


🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔🍔

          🍥 เรื่องราวในวันนี้
                 ในวันนี้เป็นการโต้วาทีของเซกเราครั้งแรงเราแบ่งกันออกเป็น 2 ทีม  คือทีมเรียนที่บ้านดีกว่าไปเรียนที่โรงเรียน  ทีมเรียนที่โรงเรียนดีกว่าเรียนที่บ้าน  และในวันนี้ดิฉันเองได้เกียรติจากเพื่อนๆเสนอให้เป็นกรรมการ  
                    วันนี้เป็นการโต้วาที  ระหว่างสอนลูกที่บ้านกับส่งลูกไปโรงเรียนแบบไหนดีกว่า


การสอนลูกในบ้าน

Home School ข้อดีข้อเสียของการเรียนหนังสืออยู่บ้าน

            👉ข้อดีของ Home School
                    สำหรับข้อดีของ Home School ได้บอกข้อได้เปรียบของ Home School ไว้ดังนี้
1.พ่อแม่ผู้ปกครองมีเวลาอยู่กับลูกเต็มที่ ความผูกพันอบอุ่นระหว่างพ่อแม่ลูกย่อมแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
2.พ่อแม่ผู้ปกครองมีโอกาสเลือกและปรับแนวทางการจัดหลักสูตร และการสอนให้เหมาะกับแบบแผนชีวิต ความเชื่อตลอดจนความต้องการ และความพร้อมของลูกได้อย่างยืดหยุ่นแทนการส่งลูกไปรับการศึกษาที่บังคับให้ลูกต้องเรียนทุกอย่างเหมือนๆ และพร้อมๆ กับเด็กอื่นๆ ในขณะที่ลูกยังอาจไม่สนใจหรือไม่พร้อมที่จะเรียนเรื่องนั้นๆ
3.เด็กได้รับการปฏิบัติในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจและสิทธิเสรีภาพของตนเอง ไม่มีพ่อแม่คนใดว่าลูกว่าเป็นเด็กเรียนช้าหรือเด็กมีปัญหาเหมือนในโรงเรีย
4.การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องตลอดเวลาโดยไม่มีเปิดเทอมหรือปิดเทอมที่ชัดเจน การเรียนรู้อย่างสนุกสนานต่อเนื่องจะค่อยๆ ปลูกฝังจิตวิญญาณ แห่งการเรียนรู้อยู่เสมอเช่นกัน


             👉ข้อเสียของ Home School
                     ส่วนข้อเสียของ Home School นั้น ได้รวบรวม 10 ข้อเสียของการเรียนหนังสือที่บ้าน ซึ่งหลักๆ แล้วความสำคัญอยู่ที่พ่อแม่ ที่ต้องเตรียมตัวรับมือให้ดี
1.การอยู่กับลูกตลอดเวลาแทบจะทั้งวันนั้น พ่อแม่จะเริ่มจัดการได้ยาก เมื่อลูกรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวายไม่อยากเรียน
2.เลือกให้ลูกเรียนหนังสืออยู่บ้าน พ่อแม่จำเป็นต้องตอบคำถาม และอธิบายเรื่องโฮมสคูลอยู่บ่อยๆ การพูดคุยกับคนอื่นที่แตกต่างกันนั้น อาจจะทำให้รู้สึกเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ และสงสัยในตัวเองว่าที่ตัดสินใจไปนั้นถูกต้องหรือเปล่า
3.พ่อแม่ต้องยับยั้งอารมณ์โกรธและอดทนให้มากเมื่อลูกดื้อ ไม่อยากเรียนหนังสือ
4.ต้องวางแผนจัดการสอนแบบโฮมสคูลให้ดี เพราะอาจจะไม่เข้มข้นเท่ากับการเรียนในโรงเรียน ทำให้ลูกเรียนรู้ได้ช้ากว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียน
5.พ่อแม่ต้องเตรียมเงินเพื่อซื้อหนังสือจำนวนมาก รวมไปถึงค่าอุปกรณ์การเรียน หรือสื่อการสอนแบบต่างๆ
6.ในฐานะคุณครู พ่อแม่ต้องศึกษาให้มากเพื่อจะพร้อมให้ความรู้กับลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
7.เพื่อให้ลูกตั้งใจเรียน พ่อแม่ต้องคอยกระตุ้นลูกอยู่เสมอ ลูกจะได้พร้อมเรียนรู้
8.ต้องคอยพูดคุยกับพ่อแม่คนอื่นๆ ที่สอนหนังสือให้ลูกที่บ้านแบบเดียวกัน เพื่อขอคำแนะนำ และวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม
9.ถ้าอยากให้ลูกเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย พ่อแม่ต้องใช้เวลาอย่างมากในการศึกษาแนวทางการเรียนของเด็ก ค้นหาหลักสูตรที่ลูกจำเป็นต้องรู้ รวมถึงการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนให้ลูกอย่างเหมาะสม
10.ใช้เวลาหาคนที่เรียนหนังสือที่บ้านแบบเดียวกับลูก เพื่อให้เด็กที่เรียนแบบโฮมสคูลได้รู้จักกัน จะได้สร้างสังคมให้กับลูก โดยที่ลูกไม่รู้สึกแปลกแยก
แต่ละครอบครัวก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าพ่อแม่จะเลือกให้ลูกเรียนทางไหน ก็ย่อมดีที่สุดแล้วกับการตัดสินใจ

การส่งลูกไปเรียนในโรงเรียน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
                👉ข้อดีของการส่งลูกเรียนเตรียมอนุบาล
                 โรงเรียนเตรียมอนุบาลช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับแนวคิดการเรียนรู้ที่มีโครงสร้าง 
ช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับแนวคิดการเรียนรู้ในสภาวะแวดล้อมที่มีโครงสร้าง กฎระเบียบ และห่างไกลจากผู้ปกครอง
หากพ่อแม่ทั้งสองเป็นคนทำงานทั้งคู่ การเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลจะช่วยให้เด็กได้สัมผัสกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งพ่อแม่ที่ยุ่งอาจจะไม่สามารถปฏิบัติร่วมกันกับลูกได้ เช่น ศิลปะ และงานฝีมือ ดนตรี รวมถึง ละคร และการเล่านิทานด็กที่เข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลอาจจะพัฒนาทักษะทางพฤติกรรมได้ดีกว่า เช่น การเรียนรู้ที่จะฟังเมื่อผู้อื่นกำลังพูด หรือวิธีการนั่งนิ่ง ๆ ได้นานยิ่งขึ้น
ข้อดีอีกประการคือเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่าต้องประพฤติตนให้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในโรงเรียนอีกด้วย
                  ลูกจะได้มีโอกาสเข้าสังคมกับเด็ก ๆ คนอื่น
เด็ก ๆ ที่เข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลจะมีโอกาสมากมายที่จะเข้าสังคมกับเด็ก ๆ ในวัยเดียวกัน สิ่งนี้จะช่วยสอนให้เด็กมีทักษะทางสังคมที่สำคัญ ๆ เช่นความเกรงใจ รวมถึงการสื่อสารผ่านคำพูด และที่ไม่ได้ผ่านคำพูดเด็ก ๆ ที่มีปัญหากลัวผู้คนจะได้รับประโยชน์จากการได้สัมผัสกับเด็ก ๆ ในวัยเดียวกัน และผู้ใหญ่อย่างเป็นประจำ การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และครูยังช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอีกด้วย
                  เริ่มการเรียนรู้ทางวิชาการ
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเลข ตัวอักษร และรูปร่างในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ และที่สำคัญคือมีความกดดันต่ำหากเด็กไม่มีผู้ปกครองที่บ้านที่สามารถดูแล และสอนได้อย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ การส่งเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลจะช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว เพื่อให้คุณแน่ใจว่าลูกมีพื้นฐานที่ดีเพียงพอก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล
               👉ข้อเสียของการส่งลูกเรียนเตรียมอนุบาล
               ค่าใช้จ่าย
               เนื่องจากค่าเทอมโรงเรียนเตรียมอนุบาลชั้นนำยิ่งวันยิ่งพุ่งแรง ดังนั้นเรื่องค่าใช้จ่ายจึงเป็นข้อเสียข้อใหญ่สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกได้เข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลชื่อดัง พ่อแม่ส่วนมากต้องการส่งเสียให้ลูกได้เรียนจบถึงระดับมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ดังนั้นหลาย ๆ ครอบครัวอาจจะไม่สามารถเสียเงินก้อนโตให้กับโรงเรียนเตรียมอนุบาลเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้พ่อแม่ต้องแข่งขันกันสูงเพื่อให้ลูกได้เข้าเรียนโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ต้องการอีกด้วย
แม้ว่าโรงเรียนเตรียมอนุบาลจะมีกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ได้หลากหลายมาก แต่เด็ก ๆ อาจขาดเวลาสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ชั้นเรียนส่วนมากมักจะได้รับการออกแบบสำหรับการเรียนรู้แบบกลุ่มใหญ่ ดังนั้นลูกของคุณอาจจะไม่ได้รับการใส่ใจเป็นรายบุคคลแบบที่ต้องการ นอกจากนี้ หลังจากใช้เวลาร่วมหกถึงแปดชั่วโมงต่อวันที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลแล้ว เด็ก ๆ อาจจะกลับบ้านด้วยความเหนื่อย และฉุนเฉียวง่าย ซึ่งจะเป็นการทำลายการใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก
                 การสัมผัสกับเพื่อนร่วมชั้นที่เจ็บป่วย
                 หากลูกของคุณโชคร้ายก็อาจต้องร่วมชั้นเรียนกับเด็กที่เป็นโรคมือ เท้า และปาก โรคอีสุกอีใส เหา หรือแม้กระทั่งไข้หวัด นั่นหมายความว่ามีโอกาสสูงที่ลูกของคุณจะติดเชื้อมาเช่นเดียวกัน แม้ว่าโรงเรียนเตรียมอนุบาลส่วนใหญ่มีกฎที่เข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องเด็กป่วย และการเข้าเรียน พ่อแม่บางส่วนก็ยังคงให้ลูกไปเรียนเนื่องจากไม่อยากให้ลูกพลาดบทเรียนในวันนั้น ๆท้ายที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อแม่ คุณควรนำปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้น ควบคู่กับบุคลิกภาพ และความรวดเร็วในการเรียนรู้ของลูกก่อนตัดสินใจว่าการให้ลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องหรือไม่


            👉ถนนคนละสายแต่ก็มีเป้าหายเหมือนกัน  ต่างทีมก็อยากให้เด็กๆได้รับความรู้ความสามารถที่ดี  เป็นอนาคตของชาติ  แต่สุดท้ายนี้จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ได้เพราะทั้งสองก็ต่างต้องร่วมมือกัน  หากเด็กที่ได้รับความรักความอบอุ่นการปลูกฝั่งที่ดีมาจากบ้าน  การที่มาเรียนที่โรงเรียนก็จะช่วยเสริมในด้านความรู้และการได้เข้าสังคม  เด็กๆครวจะได้เข้าเรียนและได้รับความรักจากพ่อแม่  ทั้งสองอย่างนี้คือต้องควบคู่กันไป  จะว่าอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่ากันไม่ได้เพราะก็สำคํญทั้งสองอย่าง





ความคิดเห็น