บันทึกอนุทินครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 25 เดือน
มกราคม พ.ศ.2562
เวลาเรียน 11.30 - 14.30 น.
อาจารย์ผู้สอน ว่าที่ร.ต. กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧
👽 เรื่องที่เรียนในวันนี้ บทที่ 2 ทฤษฏีที่เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
ขั้นที่ 2 ความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง
กับความละอายใจและไม่แน่ใจ (Autonomy versus Doubt or Shame) ช่วง 1 – 2 ปี
ขั้นที่ 3 การมีความคิดริเริ่มกับความรู้สึกผิด (Initiativeversus Guilt) ช่วง 3 – 6 ปี
💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧💧
😎 เรื่องราวในวันนี้
เริ่มต้นด้วยอ.บาส ให้บันทึกการเข้าเรียนก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็เข้าสู้การเรียนด้วยการเปิดคลิปพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยต่างๆ
ให้ดูว่ามีพัฒนาการอะไรบ้างในแต่ละช่วงเดือนนต่างๆ
มีการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างอะไรยังไงบ้าง ตั้งแต่อายุตั้งแต่ 1 เดือน จนถึง 6
ปี ว่าแต่ละช่วงวัยจะมีการพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไปอย่างไร
แล้วหลังจากนั้นก็เปิดคลิปการคลอดลูกโดยธรรมชาติ และการคลอดลูกโดยการผ่าตัด
และเริ่มสอนในบทเรียนที่2
👽 เรื่องที่เรียนในวันนี้ บทที่ 2 ทฤษฏีที่เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
ทฤษฏีพัฒนาการกับเด็กปฐมวัย
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน
- ทฤษฎีวุฒิภาวะของกีเซล
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านความรู้คิดของเพียเจท์
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านความคิดความเข้าใจของบรุนเนอร์
👉ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmond Freud) เป็นนักจิตวิทยาชาวออสเตรียที่มีความเชื่อว่าพัฒนาการบุคลิกภาพของคนขึ้นอยู่กับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านสรีระ
หรือที่เขาเรียกว่าแรงขับโดยสัญชาติญาณพัฒนาการบุคลิกภาพของคนขึ้นอยู่กับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านสรีระ
หรือที่เขาเรียกว่าแรงขับโดยสัญชาติญาณแรงขับโดยสัญชาติญาณ แรงขับ ดังกล่าวมี 3 ประเภท ได้แก่
แรงขับทางเพศหรือความต้องการตอบสนองทางเพศ (libido) แรงขับหรือความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ (life-preserving drive) และแรงขับหรือความต้องการที่จะแสดงความก้าวร้าว (aggressive drive)
โครงสร้างหลักของบุคลิกภาพ
อิด (Id) หมายถึง พลังหรือแรงผลักที่มีมาแต่กำเนิด
เป็นสันดานดิบของมนุษย์ที่มีแต่ความต้องการสนองสนองแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
ฟรอยด์เห็นว่าแรงผลักชนิดนี้มีอยู่ในทารก
อีโก้
(Ego) เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบุคลิกภาพที่ได้มีการคิดรวบรวมข้อมูลต่างๆ และมีการวางแผน
การรู้จักรอคอย ร้องขอหรืออื่น ๆ เพื่อให้ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ
ซุปเปอร์อีโก้
(Superego) เป็นส่วนของบุคลิกภาพที่คอยควบคุมหรือปรับการแสดงออกของอิดและอีโก้ให้สอดคล้องกับเหตุผลความถูกผิด
คุณธรรมหรือจริยธรรม
ขั้นตอนของพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ
ขั้นที่ 1 ขั้นปาก (Oral Stages) อายุแรกเกิด –18
เดือน
ขั้นที่
2 ขั้นทวารหนัก (Anal Stage) เป็นระยะพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กวัย 2 – 3 ปี
ขั้นที่
3 อวัยวะเพศขั้นต้น (Phallic Stage) เป็นระยะพัฒนาการบุคลิกภาพของวัย 3 – 5 ปี
ขั้นที่
4 ขั้นพัก/ขั้นแฝง (Latency Stage) เป็นระยะพัฒนาบุคลิกภาพของวัย 5 – 12 ปี
👉ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน
อีริค อีริคสัน (Erik H. Erikson) เป็นนักจิตวิทยา พัฒนาการที่มีชื่อเสียงและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากมีแนวคิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญและพร้อมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว วัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญและพร้อมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว
หากประสบการณ์และสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กดี เด็กจะมองโลกในแง่ดี
มีความเชื่อมั่นในตนเองในทางตรงกันข้ามหากประสบการณ์และสภาพแวดล้อมไม่ดีไม่เอื้อหรือส่งเสริมต่อการเรียนรู้ของเด็ก
เด็กจะกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ไม่ไว้วางใจผู้อื่น ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
ขั้นพัฒนาการตามทฤษฎีของอีริคสัน
ขั้นที่ 1 ความรู้สึกไว้วางใจ
กับความรู้สึกไม่ไว้วางใจ (Trust
versus Mistrust) ช่วงแรกเกิด – 1 ปี
“ทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของอีริคสันได้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการพัฒนา
บุคลิกภาพของบุคคล ตั้งแต่ทารกจนถึงวัยสูงอายุ ทำให้เป็นแนวทางสำ
คัญในการอบรมเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะในวัยทารก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการในวัยต่อไป…”
👉ทฤษฎีวุฒิภาวะของกีเซล
อาร์คโนลด์ กีเซล (Arnold Gesell) เป็นนักจิตวิทยาที่มีความเชื่อในเรื่องของความเจริญเติบโตตามวุฒิภาวะ
โดยกล่าวว่า “วุฒิภาวะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ
โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าภายนอก”และ “วุฒิภาวะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ
โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าภายนอก” กีเซลเชื่อว่าพฤติกรรมของเด็กจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา
ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมขึ้น การฝึกฝนหรือการเรียนรู้ไม่ว่าลักษณะใดก็ตาม
จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ
ถ้าหากร่างกายยังไม่พร้อมหรือยังไม่มีวุฒิภาวะ
ขั้นพัฒนาการตามทฤษฎีของกีเซล
1. ทิศทางของการพัฒนาการ (development direction)- Cephalocaudal
- Proximal distal
2.
พัฒนาการมีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวเนื่องกัน (reciprocal interweaving)
3.
พัฒนาการมีการใช้กิจกรรมร่วมกัน (functional
asymmetry)
4.
การพัฒนาต่าง ๆ เป็นผลมาจากวุฒิภาวะ (individuating
maturation)
👉ทฤษฎีพัฒนาการด้านความรู้คิดของเพียเจท์
ฌอง
เพียเจท์ (Jean Piaget) นักจิตวิทยาชาวสวิส
ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กและพัฒนาการทางสติปัญญา พัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กและพัฒนาการทางสติปัญญา
ตามแนวความคิดของเพียเจท์
ได้อธิบายถึงพัฒนาการทางความคิดและสติปัญญาในความเห็นของเขาว่า บุคคลสามารถคิด
ดัดแปลงความคิดและแสดงความคิดของตนออกมาได้
ย่อมเป็นผลมาจากขบวนการปรับเข้าสู่โครงสร้าง (assimilation) และการจัดปรับขยายโครงสร้าง(accommodation) โดยผลของการทำงานดังกล่าวจะเกิดเป็นโครงสร้างขึ้น
(schema)
แนวความคิดเกี่ยวกับขบวนการปรับเข้าสู่โครงสร้างและการจัดปรับขยายโครงสร้าง
Assimilation หมายถึง การที่เด็กนำเอาสิ่งที่ตนรับรู้ใหม่ๆ เข้าไปผสมผสานกลมกลืนกับความรู้เดิมที่มีอยู่ ซึ่งการรับรู้นี้จะเกิดขึ้นเมื่อเด็กมองเห็นสิ่งใหม่ในแง่ของสิ่งเดิมที่เคยรู้จัก
Accommodation หมายถึง
การนำความรู้ใหม่ที่ได้รับไปปรับปรุงความคิดให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
ทฤษฎีพัฒนาการด้านการรู้ของเพียเจท์
ขั้นที่ 1 ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว(Sensorimotor
Stage) อายุแรกเกิด – 2 ปี
ขั้นที่
2 ขั้นก่อนการคิดอย่างมีเหตุผล (Preoperational
Stage) อายุ 2 – 7 ปี
แบ่งเป็นสองระยะ
แบ่งเป็นสองระยะ
-
ระยะที่ 1 ขั้นก่อนความคิดรวบยอด (Preconceptual
Thought) อายุ 2 – 4 ปี
-
ระยะที่ 2 ขั้นคิดได้เองโดยไม่รู้เหตุผล (Intuitive
Thought)อายุ 4 – 7 ปี
“ทฤษฎีด้านสติปัญญาของเพียเจท์
ช่วยให้เข้าใจกระบวนการคิดของเด็ก ซึ่งเป็นกลไกการคิดที่มีความต่อเนื่อง
เป็นขั้นตอน ตั้งแต่การเรียนรู้จากประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว เข้าใจในสิ่งที่เป็นรูปธรรม
และไปสู่การคิดอย่างมีเหตุผล ในสิ่งที่เป็นนามธรรม
พัฒนาการจะเป็นไปตามลำดับขั้นจะข้ามขั้นไม่ได้
แต่อัตราพัฒนาการอาจมีความแตกต่างกันในสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน ซึ่งเป็นหลักทั่วไปของพัฒนาการทุก ๆ ด้านอยู่แล้ว …”
👉ทฤษฎีพัฒนาการด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก
ลอเรนซ์ โคลเบิร์ก (Lowrence Kohlberg) เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
ได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านพัฒนาการทางจริยธรรม
ซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดและผลงานมาจากเพียเจท์ โดยโคลเบอร์กเห็นด้วยว่าพัฒนาการทางการคิดเป็นพื้นฐานของพัฒนาการทางจริยธรรมเช่นเดียวกับเพียเจท์ซึ่งพัฒนาการทางจริยธรรมของบุคคลจะมีลำ
ดับขั้นเช่นเดียวกับพัฒนาการด้านอื่น ๆ
และมีแนวคิดว่าพัฒนาการทางจริยธรรมของแต่ละบุคคล
จะแตกต่างกันและมีระยะเวลาของการพัฒนาในแต่ละขั้นต่างกัน
ขั้นพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์ก
ระดับขั้นที่ 1 Premoral หรือ Preconventionalวัย 2 – 10 ปี
มี 2 ระยะ - ระยะที่ 1 การหลบหลีกการถูกลงโทษ ช่วงอายุ 2 – 7 ปี
มี 2 ระยะ - ระยะที่ 1 การหลบหลีกการถูกลงโทษ ช่วงอายุ 2 – 7 ปี
-ระยะที่
2 การแสวงหารางวัล ช่วงอายุ 7 – 10 ปี
👉ทฤษฎีพัฒนาการด้านความคิดความเข้าใจของบรุนเนอร์
เจอโรม บรุนเนอร์ (Jerome.S.Bruner)
ได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการทางการคิดและใช้เหตุผล
(Cognitive) โดยอาศัยแนวคิดของเพียเจท์เป็นหลัก
1. การให้เด็กทำสิ่งต่างๆ อย่างมีอิสระมากขึ้น
2.
การเรียนสัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งต่างๆ
3.
พัฒนาการทางความคิด
4.
ผู้สอนและผู้เรียนมีความสัมพันธ์กันอย่างมีระบบ
5.
ภาษาเป็นกุญแจของการพัฒนาด้านความคิด
6.
การพัฒนาทางความคิด
พัฒนาการทางสติปัญญาและการคิดของมนุษย์แบ่งเป็น 3 ขั้น ดังนี้
1.
Enactive Stage
2.
Iconic representation Stage
3.
Symbolic representation stage
ลำดับขั้นการสอนอย่างมีเหตุผล
ขั้นที่ 1
การสอนควรเริ่มด้วยการให้ผู้เรียนสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ที่เรียน
ขั้นที่
2 การสอนควรเน้นให้เด็กเกิดการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เด็กได้รับรู้อย่างแจ่มแจ้ง
ครูควรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์หรือเลือกเหตุการณ์ที่เด่นชัดและเป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม
ขั้นที่
3 จัดให้มีการอภิปรายระหว่างเด็กในกลุ่มที่เรียนร่วมกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ
เนื้อหาที่เรียนเพื่อให้เด็กใช้ภาษาและเกิดการพัฒนาขั้นรูปธรรม






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น